แบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)
สำหรับการแจ้งเรื่องร้องเรียน แจ้งเบาะแสการทุจริต และการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนหรือการดำเนินคดีกับบุคคลภายนอก

        บริษัท เฟิสต์ไลน์ ยูนิตี้ จำกัด (ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้” หรือ “เรา”) ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน เพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ จึงได้กำหนดแบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น เพื่อแจ้งให้ท่านทราบรายละเอียดการดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าจะเป็นการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (รวมเรียกว่า “การประมวลผล”) ซึ่งอาจเกิดขึ้น 

        •    เมื่อท่านได้แจ้งเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ รวมถึงแจ้งเบาะแสการทุจริตแก่เรา
        •    เมื่อท่านได้รับการติดต่อจากเฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนซึ่งบุคคลอื่นได้แจ้งไว้
        •    เมื่อท่านกระทำการอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำต่อทรัพย์สิน หรือชื่อเสียงของเฟิสต์ไลน์ยูนิตี้

        ตลอดจนเพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และช่องทางการติดต่อเรา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

      เมื่อมีการแจ้งเรื่องร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแสการทุจริตมายัง เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ เราอาจมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยฐานทางกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 

วัตถุประสงค์ฐานทางกฎหมาย
1.1เพื่อการติดต่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อร้องเรียนที่ท่าน หรือบุคคลอื่นได้แจ้งไว้กับเราความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests)
1.2เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ   ทั้งการดำเนินการตามกระบวนการภายในของ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ เช่น การพิจารณาดำเนินการ การตรวจสอบข้อเท็จจริง การแสวงหาข้อเท็จจริง การสืบสวนหาข้อเท็จจริง หรือการสอบสวนทางวินัย การจัดเก็บเป็นบันทึกผลการดำเนินการ การเก็บและใช้ข้อมูลเพื่อการบริหารความเสี่ยง การกำกับการตรวจสอบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการให้บริการ รวมถึงเพื่อการตรวจสอบภายในของสำนักตรวจสอบภายใน และการดำเนินการตามกระบวนการภายในอื่น ๆ ของ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ รวมถึงการดำเนินการเพื่อการจัดการเรื่องร้องเรียนตามที่หน่วยงานภายนอก เช่น หน่วยงานกำกับดูแลแจ้งมาความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests)
1.3เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย และการดำเนินคดีต่าง ๆ รวมถึงเป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี (หากมี) กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการดำเนินการเพื่อบังคับคดีตามกฎหมายความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests) การปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation)
1.4เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการรายงานหรือเปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานราชการหรือองค์กรใด ๆ ตามกฎหมาย หรือตามคำสั่งศาล การปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation)

         ในกรณีที่ท่านเป็นบุคคลภายนอก ซึ่งมิใช่พนักงาน คู่ค้า หรือบุคคลซึ่งมีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ และได้กระทำการใด ๆ อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ โดย เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ อาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยอาศัยฐานทางกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 

ข้อที่วัตถุประสงค์ฐานทางกฎหมาย
1.5เพื่อการติดต่อสอบถาม การนัดหมาย หรือการติดต่อใด ๆ รวมถึงการแจ้งให้ท่านยุติการกระทำการอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ หรือยุติข้อพิพาท ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests)
1.6เพื่อการดำเนินการตามกระบวนการภายในของ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ เช่น การพิจารณาดำเนินการ การตรวจสอบข้อเท็จจริง การแสวงหาข้อเท็จจริง การสืบสวนหาข้อเท็จจริง หรือการสอบสวนทางวินัย การจัดเก็บเป็นบันทึกผลการดำเนินการ การเก็บและใช้ข้อมูลเพื่อการบริหารความเสี่ยง การกำกับการตรวจสอบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการให้บริการ รวมถึงเพื่อการตรวจสอบภายในของสำนักตรวจสอบภายใน และการดำเนินการตามกระบวนการภายในอื่น ๆ ของ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests)
1.7เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย และการดำเนินคดีต่าง ๆ รวมถึงใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี (หากมี) กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการดำเนินการเพื่อบังคับคดีตามกฎหมายความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests) การปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation)
1.8เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการรายงานหรือเปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานราชการหรือองค์กรใด ๆ ตามกฎหมาย หรือตามคำสั่งศาล การปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation)

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม

       ในกรณีที่ท่านเป็นผู้แจ้งเรื่องร้องเรียน หรือเบาะแสการทุจริต โดยทั่วไปแล้ว เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ผ่านแบบฟอร์ม หนังสือ หรือเอกสารต่าง ๆ ที่ท่านได้ให้ข้อมูลไว้กับเราหรือด้วยวิธีการอื่น ๆ ซึ่งเป็นการขอข้อมูลจากท่านโดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม อาจมีบางกรณีที่เราอาจเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านจากแหล่งอื่นด้วย เช่น ข้อมูลที่เปิดเผยสาธารณะในเว็บไซต์ (เช่น เว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือเว็บไซต์ของ ป.ป.ช. เป็นต้น) หรือข้อมูลที่สามารถขอคัดถ่ายสำเนาได้จากหน่วยงานราชการ หรือในกรณีที่ท่านส่งเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานกำกับดูแล เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ หรือหน่วยงานอื่น เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ อาจได้ข้อมูลของท่านต่อมาจากหน่วยงานเหล่านั้น หรือ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ อาจได้รับข้อมูลของท่านมาจากการที่ท่านถูกอ้างถึงในข้อร้องเรียนของบุคคลอื่น เป็นต้น

      ในกรณีที่ท่านเป็นบุคคลภายนอก ซึ่งมิใช่พนักงาน คู่ค้า หรือบุคคลซึ่งมีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ และได้กระทำการใด ๆ อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ โดย เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยการขอข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากท่านโดยตรง หรืออาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น การสอบถามจากผู้เห็นเหตุการณ์ การเก็บรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ที่เปิดเผยสาธารณะ หรือข้อมูลที่สามารถขอคัดถ่ายสำเนาได้จากหน่วยงานราชการ เป็นต้น

      ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมมีดังต่อไปนี้ 
       2.1    ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป
       (1)    ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวตน (Identity Data) เช่น ชื่อ นามสกุล เป็นต้น
       (2)    ข้อมูลติดต่อ (Contact Data) เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล Facebook LINE ID หรือ Social media account อื่น ๆ เป็นต้น
       (3)    ข้อมูลอื่น ๆ เช่น อาชีพ สถานที่ทำงาน ตำแหน่ง รายละเอียดข้อร้องเรียน รายละเอียดการกระทำอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ เป็นต้น
       (4)    ข้อมูลสถานะทางการเงิน ข้อมูลสถานะการเป็นบุคคลล้มละลาย ข้อมูลทรัพย์สินของบุคคล (เช่น การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินก่อนเข้ารับตำแหน่ง) และข้อมูลการถือหุ้น   (เฉพาะกรณีที่ข้อร้องเรียนของท่านเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว หรือ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย) 

      2.2    ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน
      ในการแจ้งเรื่องร้องเรียน หรือเบาะแสการทุจริตต่าง ๆ นั้น โดยทั่วไป เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน เช่น ศาสนา เชื้อชาติ เป็นต้น ของท่านหรือบุคคลอื่น เพื่อวัตถุประสงค์ใดโดยเฉพาะ ท่านไม่จำเป็นต้องระบุ หรือกล่าวถึงข้อมูลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ข้อร้องเรียนบางประเภทซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการใช้สิทธิเรียกร้องต่อ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ เช่น เรียกร้องให้ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ ชดใช้ค่าเสียหาย ค่าสินไหนทดแทนต่าง ๆ เป็นต้น ท่านอาจจำเป็นจะต้องให้ข้อมูลที่มีความข้อมูลละเอียดอ่อน เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลความพิการ เป็นต้น ประกอบมาด้วย ในกรณีเช่นนี้ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ อาจเก็บข้อมูลของท่านเพื่อประกอบการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากเราจะใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ นอกจากนี้เราจะขอความยินยอมจากท่านก่อน (หากจำเป็น)

      ในกรณีที่ท่านเป็นบุคคลภายนอก ซึ่งมิใช่พนักงาน คู่ค้า หรือบุคคลซึ่งมีธุรกรรมเกี่ยวข้องกับ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ และได้กระทำการใด ๆ อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ โดย เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน เท่าที่จำเป็นเพื่อประกอบการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากเราจะใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ นอกจากนี้เราจะขอความยินยอมจากท่านก่อน (หากจำเป็น)

      โดยทั่วไปแล้ว เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ ไม่มีความประสงค์จะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลศาสนาและหมู่โลหิตที่ปรากฏอยู่ในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ใดโดยเฉพาะ หากท่านได้มอบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ ขอให้ท่านปกปิดข้อมูลดังกล่าว หากท่านมิได้ปกปิดข้อมูลข้างต้น ถือว่าท่านอนุญาตให้ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ ดำเนินการปกปิดข้อมูลเหล่านั้น และถือว่าเอกสารที่มีการปกปิดข้อมูลดังกล่าว มีผลสมบูรณ์และบังคับใช้ได้ตามกฎหมายทุกประการ ทั้งนี้ หาก เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ ไม่สามารถปกปิดข้อมูลได้เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิคบางประการ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ จะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารยืนยันตัวตนของท่านเท่านั้น

3. ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

       เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้ระบุไว้ในแบบแจ้งฉบับนี้ หลักเกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลาเก็บ ได้แก่ ระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามอายุความทางกฎหมาย เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อเหตุอื่นตามนโยบายและข้อกำหนดภายในองค์กรของเฟิสต์ไลน์ยูนิตี้

4. การเปิดเผยข้อมูล

       ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งฉบับนี้ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ อาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก ดังต่อไปนี้

       4.1 หน่วยงานของรัฐ องค์กรอิสระที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยอันเนื่องมาจากมีกฎหมายกำหนดหน้าที่ให้ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ จะต้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว หรือหน่วยงานดังกล่าวร้องขอโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นต้น และรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลแก่เจ้าพนักงานของรัฐซึ่งใช้อำนาจตามกฎหมาย เช่น ตำรวจ เป็นต้น 
       4.2 หน่วยงานกำกับดูแล เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ เช่น กระทรวงพลังงาน หรือ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น ในกรณีที่หน่วยงานดังกล่าวมีอำนาจตามกฎหมายในการขอข้อมูล หรือในกรณีที่หน่วยงานดังกล่าวส่งเรื่องร้องเรียนมาให้ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ พิจารณา
       4.3 หน่วยงานของรัฐ องค์กรอิสระที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวน ไต่สวน หรือดำเนินคดีตามกฎหมาย เช่น ตำรวจ เจ้าพนักงานอัยการ ศาล เป็นต้น
       4.4 ตัวแทน ผู้รับจ้าง/ผู้รับจ้างช่วง และ/หรือผู้ให้บริการสำหรับการดำเนินงานใด ๆ ตามที่ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ มอบหมาย เช่น ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัทประกันภัย เป็นต้น
       4.5 บริษัทในกลุ่ม เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ ในกรณีที่ข้อร้องเรียนที่แจ้งมานั้นมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทในกลุ่ม

       อย่างไรก็ตาม หากท่านเป็นผู้ร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสการทุจริต หรือเป็นพยานตามเรื่องร้องเรียนดังกล่าว เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ ขอแจ้งให้ท่านทราบว่า เราจะรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นความลับตามนโยบายและข้อกำหนดภายในของเรา และจะไม่เปิดเผยข้อมูลให้กับบุคคลที่ไม่เกี่ยวกับการบริหารจัดการเรื่องดังกล่าว ในกรณีที่เราจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เราจะปฏิบัติตามนโยบายและข้อกำหนดภายในของเรา รวมถึงแบบแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

5. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูล

       ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิตามที่กำหนดไว้โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ ท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ของท่านได้ตามช่องทางที่ เฟิสต์ไลน์ ยูนิตี้ กำหนดในข้อ 9. หรือผ่านเว็บไซต์ของ เฟิสต์ไลน์ ยูนิตี้ (www.firstlineunity.com/privacy) โดยจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ เมื่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับกับ เฟิสต์ไลน์ ยูนิตี้ ซึ่งสิทธิต่าง ๆ ของท่านมีรายละเอียด ดังนี้

       5.1 สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม
      
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่ในความควบคุมของท่านได้มากขึ้น โดยท่านสามารถใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒  ทั้งนี้ ท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ของท่านได้ตามช่องทางที่ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ กำหนดในข้อ 7. หรือผ่านเว็บไซต์ของ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ (www.firstlineunity.com/privacy) โดยจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ เมื่อบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

       5.2 สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
       สิทธิในการเข้าถึง รับสำเนาและขอให้เปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่เราเก็บรวบรวมอยู่ เว้นแต่กรณีที่เรามีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

       5.3 สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
       สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน เพื่อให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

       5.4 สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
        ท่านมีสิทธิขอให้ เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ ระงับการใช้ข้อมูลของท่านได้ตามที่กฎหมายกำหนด โดยสิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้

       5.4.1 เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่เราทำการตรวจสอบตามคำร้องขอของท่านให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง สมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน
       5.4.2 ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
       5.4.3 เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์เราได้แจ้งไว้ในการเก็บรวบรวม แต่ท่านประสงค์ให้เราเก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปเพื่อประกอบการใช้สิทธิตามกฎหมายของท่าน
       5.4.4 เมื่ออยู่ในช่วงเวลาที่เรากำลังพิสูจน์ให้ท่านเห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือตรวจสอบความจำเป็นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์สาธารณะ อันเนื่องมาจากการที่ท่านได้ใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

       5.5 สิทธิในการขอลบข้อมูลส่วนบุคคล
       ท่านมีสิทธิขอให้ เฟิสต์ไลน์ ยูนิตี้ ลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม เฟิสต์ไลน์ ยูนิตี้ อาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งอาจมีบางระบบที่ไม่สามารถลบข้อมูลได้ ในกรณีเช่นนั้น เฟิสต์ไลน์ ยูนิตี้ จะจัดให้มีการทำลายหรือทำให้ข้อมูลดังกล่าวกลายเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้

       5.6 สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
       สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่กรณีที่เรามีเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย (เช่น เราสามารถแสดงให้เห็นว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายยิ่งกว่า หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะตามภารกิจของเรา)

       5.7 สิทธิในการขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล
       ท่านมีสิทธิขอให้เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านให้ไว้กับเฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ได้ตามที่กฎหมายกำหนด

       5.8 สิทธิในการร้องเรียน
       ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หาก เฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้

6. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบแจ้งฉบับนี้

       ในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงประกาศนี้ เราอาจพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามที่เห็นสมควร และจะทำการแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางเว็บไซต์ของเฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ (www.firstlineunity.com/privacy) และ/หรือ แจ้งให้ท่านทราบผ่านทางอีเมล โดยมีวันที่ของเวอร์ชั่นล่าสุดกำกับอยู่ตอนท้าย อย่างไรก็ดี เราขอแนะนำให้ท่านโปรดตรวจสอบเพื่อรับทราบประกาศฉบับใหม่อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนที่ท่านจ้ะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่เรา

       โดยในการเข้าใช้งานผลิตภัณฑ์หรือบริการภายใต้กิจกรรมการประมวลผลนี้ของท่าน ถือเป็นการรับทราบตามข้อตกลงในประกาศนี้ ทั้งนี้ โปรดหยุดการใช้งานหากท่านไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงในประกาศฉบับนี้ หากท่านยังคงใช้งานต่อไปภายหลังจากที่ประกาศนี้มีการแก้ไขและนำขึ้นประกาศในช่องทางข้างต้นแล้ว จะถือว่าท่านได้รับทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว

7. การติดต่อ

      ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน การใช้สิทธิของท่าน หรือมีข้อร้องเรียนใด ๆ ท่านสามารถติดต่อเฟิสต์ไลน์ยูนิตี้ ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

      1) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller)
      ชื่อ: บริษัท เฟิสต์ไลน์ ยูนิตี้ จำกัด
      สถานที่ติดต่อ: 189 ซอยรังสิต-ปทุมธานี2 ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12130
      หมายเลขโทรศัพท์: 02-567-1057

      2) เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)
      สถานที่ติดต่อ: 189 ซอยรังสิต-ปทุมธานี2 ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12130
      หมายเลขโทรศัพท์: 02-567-1057
      อีเมล:    [email protected]

Main Menu